Wednesday, July 23, 2014


โรคกระดูกสันหลังอักเสบยึดติด 
( โรคหลังอักเสบแองคัยโรสซิ่ง , ANKYROSING SPONDILITIS )ดัดแปลงจากเอกสารของ สมาคมรูมาติสซั่มแห่งประเทศไทย
1.โรคข้อสันหลังอักเสบติดยึดคืออะไร ?

โรคข้อสันหลังอักเสบติดยึดเป็นกลุ่มโรคข้ออักเสบที่มีการอักเสบของกระดูกสันหลังร่วมกับมีการอักเสบของข้ออื่น ๆ ของร่างกาย เมื่อเป็นไปนาน ๆ จะมีกระดูกงอกออกมาเชื่อมกระดูกสันหลัง ข้อสะโพกให้ติดกัน เกิดความพิการตามมา


2. สาเหตุของโรคนี้คืออะไร?

สาเหตุของโรคนี้ไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด แต่พบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับพันธุกรรม


3. ผู้ใดบ้างที่มีโอกาสเป็นโรคนี้?

โรคนี้พบได้ตั้งแต่เด็กถึงผู้ใหญ่

พบในเพศชายมากกว่าเพศหญิงประมาณ 10-20 เท่า โดยเฉพาะช่วงอายุ 20-30 ปี


4. อาการและอาการแสดงของโรคนี้มีอะไรบ้าง?

ผู้ป่วยจะมีอาการปวดหลังเรื้อรัง ติดต่อกันนานกว่า 3 เดือน

มีอาการมากในตอนเช้า และ อาการจะดีขึ้นเมื่อมีการเคลื่อนไหวหรือได้ออกกำลังกาย

เมื่อกระดูกสันหลังอักเสบนาน ๆ จะมีหินปูนมาจับบริเวณกระดูกสันหลัง ทำให้กระดูกสันหลังเชื่อมติดกัน หลังจะแข็ง ก้มไม่ได้

ในบางรายอาจมีการเชื่อมกันของกระดูกซี่โครง ทำให้หายใจลำบาก อาจมีการอักเสบของข้ออื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น ข้อเข่า ข้อสะโพก หรือ มีการอักเสบของเส้นเอ็น เช่น เส้นเอ็นร้อยหวาย เส้นเอ็นฝ่าเท้า

บางรายเมื่อเป็นนาน ๆ อาจมีอาการนอกระบบข้อ เช่น ปอดอักเสบ หรือหัวใจอักเสบได้


5. แพทย์จะให้การวินิจฉัยโรคนี้อย่างไร?

แพทย์จะอาศัยการซักประวัติร่วมกับการตรวจร่างกาย

การถ่ายภาพรังสีมีประโยชน์ในการช่วยการวินิจฉัย โดยจะพบการอักเสบและเชื่อมติดกันของข้อ โดยเฉพาะกระดูกกระเบนเหน็บ และ กระดูกสันหลัง



6. การรักษา

1. การรักษาทางยา

โดยส่วนใหญ่แพทย์จะให้ยาแก้ปวดลดการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ เพื่อบรรเทาอาการปวด ทำให้ผู้ป่วยเคลื่อนไหวดีขึ้นและสามารถทำกายบริหารได้

ปัจจุบันได้มียาในกลุ่มใหม่ ๆ ที่อาจช่วยให้โรคสงบได้ แต่มีราคาค่อนข้างแพง ผลข้างเคียงมาก ต้องรับประทานติดต่อเป็นเวลานาน แต่ก็ยังไม่ได้รักษาโรคให้หายขาด

2. การบริหารร่างกาย

มีความสำคัญมาก นอกจากจะทำให้ข้อเคลื่อนไหวได้ดีแล้ว ยังช่วยป้องกันข้อติดอีกด้วย ขณะบริหารอาจปวดมากขึ้น แต่ต้องพยายามอดทนบริหารต่อไป ควรเปลี่ยนอิริยาบถบ่อย ๆ ให้ข้อได้เคลื่อนไหว

3. ปฏิบัติตัวให้ถูกสุขลักษณะ

โดยต้องพยายามให้หลังตรงอยู่เสมอ เช่น ควรนั่งพิงพนักหลังตรง ยืนเดินให้หลังตรง

ควรนอนหงายบนพื้นแข็ง ไม่ควรนอนตะแคง และ ไม่ควรหนุนหมอนสูงเพราะทำให้คอก้มมากเกินไป

4. การผ่าตัด

เช่น ผ่าตัดใส่ข้อสะโพกเทียม ข้อเข่าเทียม ผ่าตัดกระดูกสันหลังเพื่อแก้ไขอาการหลังโก่ง


7. การดำเนินโรค

โรคนี้จะมีการดำเนินโรคอยู่นานประมาณ 10 ปี ในระยะนี้ผู้ป่วยจะมีอาการปวดหลังเรื้อรัง เมื่อเป็นไปนาน ๆ จนกระดูกเชื่อมติดกัน อาการปวดจะลดลง แต่จะเกิดความพิการตามมา โดยเฉพาะอาการคอแหงนไม่ได้ หลังโก่ง สะโพกงอ

ซึ่งถ้าเกิดข้อติดผิดรูปขึ้นแล้วการรักษามักจะได้ผลไม่ค่อยดีนัก ดังนั้นถ้าสามารถรักษาอย่างถูกต้องตั้งแต่เริ่มแรก ถึงแม้ว่าจะไม่สามารถรักษาให้โรคหายขาดได้ แต่ก็จะช่วยบรรเทาอาการและลดความพิการที่อาจเกิดตามมาในภายหลัง



วิธีดูแลตนเอง วิธีบริหาร ..

http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=cmu2807&month=13-06-2008&group=5&gblog=17






มีผู้โพสกระทู้เกี่ยวกับโรคนี้ ... เลยขอนำมาเก็บไว้เป็นข้อมูล แบ่งกันอ่าน แล้วก็เอาไว้ติดตามกันต่อ ...

http://www.pantip.com/cafe/lumpini/topic/L7400020/L7400020.html#11


ผมป่วยเป็นโรคASมา4ปีกว่าครับ ตอนนี้หายแล้ว ใครที่เป็นก็ติดต่อมาได้ ผมยินดีช่วย

ผมป่วยเป็นโรคASมา4ปีกว่าครับ ตอนนี้หายแล้ว ใครที่เป็นก็ติดต่อมาได้ ผมยินดีช่วย

ผม ชื่อไมน์ครับ เป็นโรคAS (Ankylosing Spondylitis) มาเกือบ5 ปี เป็นตั้งแต่อายุ15แต่มารู้ว่าเป็นโรคนี้ตอนเมื่อปีที่แล้ว ก่อนหน้านี้รักษามาทุกที่ ยาที่เกี่ยวกับพวกแก้อักเสบ คลายกล้ามเนื้อ แก้ปวด ก็กินมาหมด รักษามาทุกทางตั้งแต่ที่ยังไม่รู้ว่าตัวเองเป็นอะไร ตอนแรกหมอบอกว่าเป็นเอ็นร้อยหวายอักเสบ แต่ตอนหลังมันทวีความรุนแรงขึ้น นอกจากเดินเป๋แล้ว ก็ปวดเข่า ปวดหัวไหล่ หลังแข็ง แล้วก็อาการตาพร่า(ตอนที่ตาพร่าไม่รู้ว่าเกี่ยวกับโรคที่เป็น) ผมรักษาอาการที่ตาจนหาย แต่เรื่องโรคกระดูกไม่หาย ตอนแรกผมไปนวดบ่อยมาก แล้วก็ฝังเข็ม ก็ไม่หาย ไปหาหมอมากี่คนก็บอกว่าผ่าตัดไม่ได้ จนผมไปเจอคุณหมอสัตยาที่ท่าแพ คลินิก ท่านวินิจฉัยว่าอาจเป็นโรคไรเตอร์ซินโดรม เลยแนะนำไปหาคุณหมอวรวิท (โรงพยาบาลสวนดอก) ที่วรวิทคลินิคคุณหมอท่านเก่งมากครับ ผมมีโอกาสได้รู้ว่าโรคที่ผมเป็นคือโรคAS ก็เพราะท่าน เพียงแต่ผมไม่มีเงินที่จะซื้อยาที่ฉีดพวกยาอีเทอนาเซพ , พามิโดเนด ก็เลยไม่ฉีดครับ เพราะสงสารพ่อกับแม่ที่ต้องเสียค่าใช้จ่ายสูงเพื่อผม บังเอิญว่ามีคนแนะนำให้ผมลองกินยาสมุนไพรครับก็เลยทานดูจนตอนนี้ไม่เป็นไร เลย ไปเช็คเลือดก็ปกติดี ถ้าใครสนใจก็ติดต่อผมได้ที่เบอร์0820266947 ,0811665512หรือส่งเมลล์มาที่cadlamine@hotmail.com ครับ ถือว่าช่วยเหลือกันได้ก็ช่วยครับ ผมยินดีเพราะผมก็อยากให้คนที่ทรมานแบบเดียวกับผมหายเหมือนกัน

จากคุณ : cadlamine - [ 8 ม.ค. 52 15:47:29 ]
ติดต่อกันเองนะครับ ทางThara Massage ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ

ด้วยความปรารถนาดี อ.สุวัฒน์ เชียงใหม่
สงสัยเรื่องต่างๆสามารถสอบถามได้ที่เบอร์ 089-191-1664
วีดีโออื่นๆ ดูได้ที่นี่ --> Thara Thai Massage Channel

ติดตาม facebook ได้ที่ --> https://www.facebook.com/TharaMassage

0 ความคิดเห็น:

Post a Comment

บทความเรียงตามเดือน

ช่องทางติดต่อ

เกี่ยวกับผู้เขียน

© อ.สุวัฒน์ มอบ" ให้" เป็นวิทยาทาน เพื่อให้นำไปพัฒนาวิชาชีพ. Powered by Blogger.
พิมพ์ข้อความเพื่อค้นหาบทความ หรือ อาการ
search for article or syndrome

Popular Posts