Tuesday, July 22, 2014

วันนี้ สอนให้สังเกตุ อิริยาบททำให้เกิดโรคอีกอย่างหนึ่งครับ

มีวันหนึ่ง คนไข้เป็นผู้หญิง อายุ30เศษ มีอาชีพเป็นอาจารย์สอนมหาลัย มาหาผมด้วยอาการหลังชา บอกว่านั่งหรือยืน ก็รู้สึกชาแทบตลอดเวลา ผมถามว่าปวดร่วมด้วยมั้ย เขาบอกไม่มีชาอย่างเดียว ไปนวดมาหายวันเดียวก็เป็นอีก นวดมาหลายที่ก็เหมือนเดิม ผมบอกเดี๋ยวผมนวดดูก่อน (แต่จริงๆ แล้วผมพอจะรู้แล้วว่าเกิด จากอะไร เพราะผมเป็นมาก่อน) พอนวดได้สักครู่ ผมถามว่า ชอบนอนคว่ำแล้วแอ่นหลังอ่านหนังสือหรือเปล่า เธอหันหน้ามองผมทันที แล้วถามว่า "รู้ได้ไง?" ผมถามว่าทำแทบทุกวันใช่มั้ย?เธอตอบว่าใช่ ผมบอกว่าผมก็เคยทำ แล้วต่อมาหลังผมก็มีอาการชาเหมือนคุณ ถ้าคุณเลิกทำก็หาย หลังนวดเสร็จเธอนัดนวดอีกหนึ่งอาทิตย์ พอถึงวันนัด เธอมานวดแล้วบอกว่าอาการชาหลังหายสนิท ไม่น่าเชื่อเลย และไม่รู้ว่าตัวเองทำให้เป็น อยากให้หมอนวดไว้เป็นประสบการณ์ครับ(สาเหตุ หลังชา อิริยาบทเป็นแค่สาเหตุหนึ่ง ในหลายสาเหตุ ฉะนั้นค่อยๆวิเคราะห์ไปครับ อาจเป็นจากสาเหตุอื่นก็ได้)



ด้วยความปรารถนาดี อ.สุวัฒน์ เชียงใหม่
สงสัยเรื่องต่างๆสามารถสอบถามได้ที่เบอร์ 089-191-1664
วีดีโออื่นๆ ดูได้ที่นี่ --> Thara Thai Massage Channel

ติดตาม facebook ได้ที่ --> https://www.facebook.com/TharaMassage

Monday, July 21, 2014

วันนี้เราจะมาให้ความรู้เรื่องอาการปวดนิ้วโป้งที่เกิดจากการนวดกันครับ 

ก่อนอื่น ต้องขอบคุณมากที่มีคำถามมามากมาย เท่าที่อ่านดูกว่า80%นวดแล้วอาการดีขึ้นได้ แต่ที่นวดแล้วมักกลับมาเป็นอีก เป็นเพราะกลับไปทำอิริยาบทเหมือนเดิมอีก ก็ทำให้กลับมาเป็นอีก หรืออีกอย่างหมอนวดอาจไม่ได้แนะนำท่ากายบริหารหลังการนวด ซึ่งมีส่วนสำคัญมาก เพราะเวลาร่างกายเกิดความผิดปกติกายบริหารจะช่วยยืดข้อต่อ หรือพังผืดให้แยกจากกันก็จะทำให้เลือด-ลมไหลเวียนไปได้อาการป่วยก็หาย เช่นผู้ป่วยที่มีอาการเกี่ยวกับมือ จนถึงสบัก คอ บ่าไหล่ หลังนวดแล้วให้คนไข้กายบริหารโดยการ ท่าเตรียม ยืนตัวตรง ให้ขาชิดกัน เอามือทั้งสองข้างแนบลำตัว กระโดดเอามือตบกันเหนือศีรษะพร้อมกับแยกขาออกจากกัน กระโดดอีกครั้งกลับมาอยู่ในท่าเตรียม ทำประมาณ50ครั้งวันละ2รอบให้มีวินัยกับตัวเองใหม่ๆจะปวดตามนิ้วมือจนถึงสบักมาก ให้ทำทุกวันภายใน2อาทิตย์ อาการป่วยจะดีขึ้นมาก เอาละครับเข้าเรื่องกัน

อาการปวดนิ้วโป้งที่เกิดจากการทำงานนวด ใครไม่เป็นไม่รู้หรอกว่ามันทรมานขนาดไหน บางคนถึงกับมีอาการเขียวที่เนินกล้ามเนื้อนิ้วโป้ง ทำให้เวลานวดแทบใช้นิ้วโป้งไม่ได้เลย ปล่อยไว้ลามไปที่ศอกจนถึงรักแร้ จนบางคนทำงานไม่ได้ สาเหตุเกิดจากการขังของเลือด-ลมที่บริเวณเนินกล้ามเนื้อนิ้วโป้ง วิธีนวดไม่ยากเลยครับ มาดูกัน


1 ให้หงายฝ่ามือขึ้น ค่อยๆกดหาจุดที่แข็ง บนเนินนิ้วโป้ง(ใกล้ข้อมือ)ตรงนี้เจ็บมากห้ามบดหรือขยี้ เมื่อเจอจุดเจ็บให้ใช้นิ้วโป้งกดนิ่งๆนับในใจ1-20กดซ้ำนานๆประมาณ10นาทีหรือจุดเจ็บที่แข็งนิ่มลง
2 ให้คว่ำมือนวดนวดรอบข้อมือนิ้วโป้งเทคนิคคือเน้นที่บริเวณข้อต่อนิ้วใกล้ข้อมือ เพราะต้องการไล่เลือด-ลมบริเวณนี้ นวดนานๆครับสัก10นาทีก็ได้ตรงนี้นวดจะรู้สึกสบาย หลังจากนั้นค่อยๆไล่เส้นจากนิ้วโป้งเฉียงขึ้นไปที่ข้อศอกด้านนอก ค่อยๆกดนวดหาเส้นที่แข็งใกล้ข้อศอก ให้นวดจนกว่าจะนิ่ม
3 เคล็ดลับ การแก้อาการคือ ต้องดึงข้อนิ้วให้ลั่นที่บริเวณข้อแรกของนิ้วโป้งใกล้กับข้อมือ ถ้าลั่นข้อนี้อาการปวดหายทันที โดยการให้หมอนวดจับมือคนไข้ คว่ำฝ่ามือลง หาผ้าวางบนนิ้วโป้งบางๆ (กันลื่น) ให้หมอนวดเอาฝ่าเท้าหมอนวดทั้งสองข้าง"หนีบศอก"คนไข้ไว้ ให้แน่น ใช้นิ้วชี้และนิ้วกลางหนีบนิ้วโป้งคนไข้ไว้ค่อยๆโยกนิ้วไป-มาเบาๆ รอจนเผลอ แล้วกระตุกแรงๆและเร็วๆ ถ้านวดตามข้อ1-2นานๆการกระตุกจะลั่นทันที ถ้าไม่ลั่นให้ทำตามข้อ1-3ซ้ำอีกที ถ้าไม่ลั่นนวดใหม่วันถัดไป สักวันสองวันก็ลั่นครับ แล้วหลังจากหายแล้วให้ดึงข้อมือแบบนี้บ่อยๆ จะไม่กลับมาเป็นอีก ส่วนคำถามอื่นๆจะทยอยเอามาตอบวันถัดไปครับ




ด้วยความปรารถนาดี อ.สุวัฒน์ เชียงใหม่
สงสัยเรื่องต่างๆสามารถสอบถามได้ที่เบอร์ 089-191-1664
วีดีโออื่นๆ ดูได้ที่นี่ --> Thara Thai Massage Channel

ติดตาม facebook ได้ที่ --> https://www.facebook.com/TharaMassage

Saturday, July 19, 2014

วันนี้เรามาให้ความรู้ เรื่องอาการปวดไหล่กันครับ เพราะเห็นว่าคนเป็นกันมาก ถ้ารู้สาเหตุการนวดอาจไม่ยากอย่างที่คิดกันครับ เรามาดูคำถามกันครับ

@Pretty Hongi
สวัสดีค่ะ อาจารย์สุวัฒน์ ที่นับถือ
หนูขอแนะนำตัวค่ะ ชื่อน้องหงส์ค่ะ ตอนนี้อยู่ที่ประเทศอังการีค่ะ มีร้านนวดเป็นของตัวเองที่นี่ค่ะ น้องเห็นเฟสของอาจารย์แล้วศึกษาดู มีประโยชน์มากเลยค่ะ ขอบพระคุณมากๆ เลยค่ะที่กรุณานำเกร็ดความรู้ดีดีมาเผยแพร่
อาจารย์คะ น้องมีคำถามอยากขอปรึกษาว่า มีลุกค้ามานวดที่ร้านแล้วเจ็บตรงหัวไหล่ลงมาตามแขนด้านนอก เจ็บมาได้ประมาณสองเดือนแล้ว นวดอย่างไรก็ไม่หายเจ็บ (ลูกค้าบอกว่าเจ็บจนนอนไม่ได้เลย) ขอความกรุณาอาจารย์ช่วยแนะนำวิธีนวดให้คลายจากอาการปวดด้วยค่ะ





ตอบ ก่อนอื่นอยากให้ตรวจอาการก่อนนวดสักเล็กน้อยนะครับวิธีการตรวจมีดังนี้


1.ให้คนไข้นั่ง ค่อยๆให้แหงนคอมองเพดานให้คอตั้งฉาก ถ้ามีอาการร้าวหรือปวดลงหัวไหล่ ก็เป็นหมอนรองกระดูกคอทับเส้น ถ้าร้าวลงแขนด้านนอก ก็มักจะเป็นข้อที่5-6 ถ้าเป็นมากโหนกแก้มข้างที่เป็นจะเล็กกว่าข้างที่ไม่เป็น หรือให้ยื่นแขนทั้ง2ข้างไปข้างหน้าให้หมอนวดค่อยๆกดศอกลงให้คนไข้ต้านไว้ข้างที่เป็นจะไม่มีแรงต้าน


2.อาจเป็นจากเส้นประสาทคอ แต่ไม่ถึงกับทับเส้น ก็ให้หมอนวดคลำบริเวณคอทั้ง2ข้างข้างที่เป็นจะบวมก็ทำให้มีอาการปวดไหล่ลงแขนด้านนอกได้เหมือนกัน


3.อาจเป็นจากสบักใน เกิดอาการจม(ดูในเพจ ยอกสบัก)ก็ทำให้ปวดไปที่ไหล่ได้เหมือนกัน
ถ้าเป็นข้อ1 ควรให้ไปพบแพทย์ ถ้าแพทย์บอกให้กายภาพบำบัด ก็สามารถนวดร่วมกับกายภาพได้




วิธีนวดมีดังนี้(สามารถนวดได้ทั้ง3สาเหตุ เพียงแต่ถ้าเกิดที่ใดให้เน้นที่นั้นเช่นเกิดที่คอเน้นที่คอ)

1.นวดจากฝ่ามือขึ้นไป โดยกดที่ใจมือ แล้วใช้นิ้วโป้งรีดเส้นบนฝ่ามือ นวดให้ทั่วฝ่ามือ


2.ใช้นิ้วโป้งกดกลางข้อมือด้านใน แล้วกรีดเส้นเอ็นไปทางนิ้วก้อย และนิ้วหัวแม่มือ กดนวดในร่องกล้ามเนื้อตลอดแขนด้านใน(ช่วงจากพับศอกลงมา)พยายามหาเส้นที่แข็งให้กดนวดจนนิ่มลง แล้วนวดแขนด้านนอก(จากพับศอกลงมา)ใหนวดจนนิ่มเช่นเดียวกัน


3.นวดด้านในของท่อนแขนด้านบน ใช้นิ้วโป้งกดใกล้บริเวณรักแร้ ถ้าพบพบเส้นที่เรียกว่าบวม บางคนนวมขนาดเล็กกว่านิ้วก้อยนิดเดียว ให้กดข้างเส้นแข็งแล้วดันเส้นที่บวมขึ้น ให้นวดนานๆจนกว่าเส้นที่แข็งหรือบวมเล็กลง แล้วนวดแขนด้านนอกทั้งหมด


4.ให้นอนตะแคง ให้หมอนวดนั่งข้าง ยกแขนขึ้นเล็กน้อย ใช้นิ้วโป้งกดเข้าไปใกล้ขอบรักแร้ด้านใน ห้ามกดเข้าไปในรักแร้โดยตรงเพราะมีต่อมน้ำเหลืองอาจเป็นอันตรายได้ หาเส้นที่แข็งในรักแร้ หรือถามคนไข้ว่ากดถูกหรือไม่ ไม่ต้องกดแรงนะครับถ้าถูกแล้วกดนิ่งๆที่เส้นแล้วค่อยขยับเส้นไป-มา ใหม่ๆเจ็บมาก ให้นวดจนกว่าหายเจ็บหรือเจ็บน้อยลงมาก


5.นวดแนวขอบสบักทั้งด้านนอกและใน (โดยเฉพาะขอบสบักนอกให้ใช้นิ้วโป้งวางที่ขอบสบักแล้วใช้อุ้งมือกดลงบนนิ้วโป้งที่วางกดออกนอกสบัก) โดยเฉพาะที่ขอบสบักใกล้กับบ่า จะพบเส้นยาวไปที่กระดูกคอC7-T1(ที่สัญญาณ4และ5หลัง) พยายามรีดเส้น ตรงนี้ใช้เวลานานนิดนึงเพราะถ้าเป็นมานานจะเป็นพังผืดหนาตัวบริเวณนี้มาก(อาจใช้ลูกประคบ ประคบหลังนวดก็ดีไม่น้อย) และให้กดสบักในโดยให้คนไข้ยกแขนวางไว้บนศีรษะ ใช้นิ้วกดร่องข้างสบัก


6.นวดแนวบ่า เน้นส่วนที่ใกล้กับคอให้มากเป็นพิเศษ 


7.นวดคอ โดยเน้นเส้นด้านหลังคอและข้างคอ หน้าติ่งหูให้ใช้นิ้วโป้งค่อยๆกดรีดเส้นที่บวมนวดจนกว่าจะนิ่ม 


8.นวดรอบๆหัวไหล่ ค่อยๆใช้นิ้วโป้งแกะเส้นรอบๆหัวไหล่ ถ้าพบเส้นแข็งใหนวดจนกว่าจะนิ่ม อาจใช้ศอกกดนวดเส้นแขนด้านนอกโดยถามคนไข้ว่าปวดเส้นใดให้นวดจนกว่าอาการดีขึ้น
เพียงเท่านี้ คนไข้ก็จะมีอาการดีขึ้น


คลิ๊กดูวีดีโอ --> นวดบรรเทาอาการปวดร้าว หมอนรองกระดูกคอทับเส้นประสาท

ด้วยความปรารถนาดี อ.สุวัฒน์ เชียงใหม่
สงสัยเรื่องต่างๆสามารถสอบถามได้ที่เบอร์ 089-191-1664
วีดีโออื่นๆ ดูได้ที่นี่ --> Thara Thai Massage Channel

ติดตาม facebook ได้ที่ --> https://www.facebook.com/TharaMassage
*ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต

Friday, July 18, 2014

วันนี้ เรามาให้ความรู้เรื่อง”น้ำในหูไม่เท่ากัน” ซึ่งมีคนเป็นกันมาก การนวดช่วยบรรเทาได้พอสมควร แต่ก่อนนวด ควรวิเคราะห์สาเหตุสักเล็กน้อยก่อนนวด

ผู้ป่วย”น้ำในหูไม่เท่ากัน”จะมีอาการจะเวียนศีรษะเป็นอย่างมาก บางคนเดินไม่ได้เลยจะล้ม บางคนเป็นไม่มากแต่หันคออย่างกระทันหันไม่ได้ จะมีอาการบ้านหมุนทันที




สาเหตุ
1.พักผ่อนไม่เพียงพอ เช่นนอนน้อยเกินไปทำให้มีอาการ”หาว”บ่อยมาก จนลมออกหูบ่อยๆ ทำให้หินปูนในหูชั้นในเกิดการเคลื่อน ทำให้ความดันของน้ำไม่เท่ากัน สังเกตุ ตา ข้างที่เป็นเลนซ์ตาดำจะแกว่งไปมาอย่างรวดเร็วขณะที่มีอาการ
2.หูเป็นสัญญลักษณ์ของไต อาจเกิดจากการกินอาหารรสจัดเช่นเค็มจัด ทำให้ไตบกพร่องส่งสัญญาณมาที่หู
3.อาจเกิดจากเลือด-ลมเกิดการ”อั้น”ที่บริเวณคอ(เส้นประสาท)เนื่องจากการนั่งทำงานนานๆ หรือใช้แขนเป็นเวลานานๆเช่นครูต้องเขียนบนกระดาน หรือทำงานออฟฟิศที่ต้องอยู่กับคอมพ์ตลอด ซึ่งต้องก้มหน้าตลอดทำให้กล้ามเนื้อคอเกิดอาการเกร็ง ถ้าเป็นจากตรงนี้คลำที่คอจะมีอาการบวมเป็นลำกว่าอีกข้าง(คลำทั้งสองข้าง) ฉะนั้นก่อนการนวด ควรตรวจหรือคลำที่คอ บ่าไหล่ร่วมว่ามีอาการแข็งหรือไม่และถามกิจกรรมที่ทำเช่น ถ้าเกิดจากใช้แขนมากควรเน้นที่แขน ถ้าเป็นที่คอควรเน้นที่คอ





วิธีนวด (คลิ๊กดูvdo --> การแก้อาการน้ำในหูไม่เท่ากัน) 
1.นวดจากฝ่ามือขึ้นไป โดยกดที่ใจมือ แล้วใช้นิ้วโป้งรีดเส้นบนฝ่ามือ โดยรีดไปตามแนวนิ้วที่ปวดหรืออาจกดนิ่งๆตรงเส้นที่ปวดก็ได้ ให้นวดจนกว่าอาการเจ็บลดลง
2.ใช้นิ้วโป้งกดกลางข้อมือ แล้วกรีดเส้นเอ็นไปทางนิ้วก้อย และนิ้วหัวแม่มือ กดนวดในร่องกล้ามเนื้อตลอดแขนด้านใน(ช่วงจากพับศอกลงมา)พยายามหาเส้นที่แข็งให้กดนวดจนนิ่มลง แล้วนวดแขนด้านนอก(จากพับศอกลงมา)ใหนวดจนนิ่มเช่นเดียวกัน
3.นวดด้านในของท่อนแขนด้านบน ใช้นิ้วโป้งกดใกล้บริเวณรักแร้ จะพบเส้นที่เรียกว่าบวมก็ได้(ตรงนี้แหละครับที่ว่าปวดมาถึงรักแร้) บางคนนวมขนาดเล็กกว่านิ้วก้อยนิดเดียว ให้กดข้างเส้นแข็งแล้วดันเส้นที่บวมขึ้น ให้นวดนานๆจนกว่าเส้นที่แข็งหรือบวมเล็กลง (ตรงนี้สำคัญมาก ถ้าเส้นไม่นิ่มบ่าที่แข็งเป็นก้อนก็จะไม่เล็กลง ในทางกลับกันถ้าเส้นนี้นิ่ม บ่าที่เป็นก้อนก็จะนิ่มลงทันที)
4.ให้นอนตะแคง ให้หมอนวดนั่งข้าง ยกแขนขึ้นเล็กน้อย ใช้นิ้วโป้งกดเข้าไปใกล้ขอบรักแร้ด้านใน ห้ามกดเข้าไปในรักแร้โดยตรงเพราะมีต่อมน้ำเหลืองอาจเป็นอันตรายได้ หาเส้นที่แข็งในรักแร้ หรือถามคนไข้ว่ากดถูกหรือไม่ ไม่ต้องกดแรงนะครับถ้าถูกแล้วกดนิ่งๆที่เส้นแล้วค่อยขยับเส้นไป-มา ใหม่ๆเจ็บมาก ให้นวดจนกว่าหายเจ็บหรือเจ็บน้อยลงมาก
5.นวดแนวขอบสบักทั้งด้านนอกและใน โดยเน้นที่ขอบสบักใกล้กับบ่า ตรงนี้ใช้เวลานานนิดนึงเพราะถ้าเป็นมานานจะเป็นพังผืดหนาตัวบริเวณนี้มาก(อาจใช้ลูกประคบ ประคบหลังนวดก็ดีไม่น้อย)
6.นวดแนวบ่า เน้นส่วนที่ใกล้กับคอให้มากเป็นพิเศษ เพราะเส้นนี้ดึงให้ปวดขึ้นศีรษะ ถ้าพบก้อน(ตอนนี้ก้อนจะเล็กลงแล้ว)ใหนวดจนก้อนนี้เรียบ
7.นวดคอ โดยเน้นเส้นด้านหลังคอและคอด้านหน้าติ่งหูโดยใช้นิ้วโป้งรีดจนกว่าเส้นเรียบให้นวดจนกว่าจะนิ่ม แล้วกดฐานกระโหลกศีรษะด้านหลัง(จุดใต้ไรผม)หรือแนวกำด้นโดยจุดใดถ้ากดแล้วเจ็บให้เน้นจุดนั้น กด-ปล่อย ทำซ้ำไปเรื่อยๆจนกว่าจะหายเจ็บ
8.ให้ใช้นิ้วทั้ง4ยกเว้นนิ้วโป้ง เคาะให้ทั่วศีรษะ เวลาเคาะให้เคาะแรงพอรู้สึกเจ็บเล็กน้อย เน้นหน้าหูและหลังหูนานๆเพราะต้องการไล่”ลม”ในหูประมาณ15-20นาที
กรณีที่เกิดจากการใช้แขนเน้นข้อ1-4 เกิดจากคอเน้น5-7 ส่วนข้อ8ทำทุกกรณี
คำแนะนำหลังการนวด นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ งดอาหารรสจัด ถ้าเกิดจากคอมพ์ ควรพัก5-10นาทีทุกชั่วโมงเพื่อยืดเส้นสายบ้าง


ด้วยความปรารถนาดี อ.สุวัฒน์ เชียงใหม่
สงสัยเรื่องต่างๆสามารถสอบถามได้ที่เบอร์ 089-191-1664
วีดีโออื่นๆ ดูได้ที่นี่ --> Thara Thai Massage Channel

ติดตาม facebook ได้ที่ --> https://www.facebook.com/TharaMassage




ลักษณะการนวดแผนไทย

"การนวดแผนไทย" เป็นศาสตร์มหัศจรรย์ โดยมูลเหตุสำคัญมาจากสภาพแวดล้อม
และวิถีชีวิตวัฒนธรรมของคนไทย รวมถึงพฤติกรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันของผู้คนในสมัย
โบราณ "การนวดแผนไทย" ไม่ใช่เพื่อรักษาความเจ็บปวดเท่านั้น แต่มีคุณค่าต่อสุขภาพเป็น
กระบวนการดูแลสุขภาพ และรักษาโรค โดยอาศัยการสัมผัสอย่างมีศิลปะ มีหลักการระหว่าง
ผู้ให้บริการ และรับบริการ การนวดจะส่งผลโดยตรงต่อร่างกายและจิตใจ

ลักษณะการนวด
1. การนวดยืด ดัด ลักษณะการนวดแบบนี้คือ การยืด ดัดกล้ามเนื้อ เส้นเอ็น พังผืด ให้ยืดคลาย
2. การนวดแบบจับเส้น ลักษณะการนวดคือ การใช้น้ำหนักกดลงตลอดลำเส้นไปตามอวัยวะต่าง ๆ
การนวดชนิดนี้ต้องอาศัยความเชื่ยวชาญของผู้นวด ซึ่งได้ทำการนวดมานานและ สังเกตปฏิกิริยา
ของแรงกดที่แล่นไปตามอวัยวะต่าง ๆ
3. การนวดแบบกดจุด ลักษณะ การนวดคือ การใช้น้ำหนักกดลงไปบนจุดของร่างกาย การนวดนี้
เกิดจากประสบการณ์ และความเชื่อว่าอวัยวะของร่างกายมีแนวสะท้อนอยู่บนส่วนต่าง ๆ และเรา
สามารถกระตุ้นการทำงานของอวัยวะนั้นโดยการกระตุ้นจุดสะท้อนที่อยู่ บนส่วนต่าง ๆ บนร่างกาย

การนวดแผนไทย มีลักษณะ 2 แบบ คือ

1. นวดแบบราชสำนัก คือ หมอนวดจะใช้เฉพาะมือ นิ้วหัวแม่มือ และปลายนิ้วอื่น ๆ ในการนวด
เท่านั้น และไม่ใช้การนวดคลึงในขณะกด (นวด) ไม่ใช้การดัด หรือการงอข้อ หลัง หรือส่วนต่าง ๆ
ของร่างกายด้วยกำลังแรง และกริยาการนวดจะดูเรียบร้อยกว่าการนวดแบบเชลยศักดิ์
2. นวดแบบเชลยศักดิ์ คือ หมอนวดจะใช้ฝ่ามือ นิ้วมือ ศอก หรือเข่า ในการนวด และจะใกล้ชิด
กับผู้ถูกนวดมากกว่า มีการยืด ดัด

ผู้ให้บริการมีความประสงค์ช่วยบำบัดรักษาผู้ที่มีอาการเจ็บปวด
เนื่องจากการทำงาน หรือจากปัญหาสุขภาพที่เกี่ยวข้อง ทำให้เกิด
การเมื่อยล้าในจุดต่าง ๆ ตามร่างกาย ผู้ให้บริการใช้การผสมผสาน
ระหว่างการนวดแบบราชสำนัก และแบบเชลยศักดิ์ควบคู่กัน


ด้วยความปรารถนาดี อ.สุวัฒน์ เชียงใหม่
สงสัยเรื่องต่างๆสามารถสอบถามได้ที่เบอร์ 089-191-1664
วีดีโออื่นๆ ดูได้ที่นี่ --> Thara Thai Massage Channel

ติดตาม facebook ได้ที่ --> https://www.facebook.com/TharaMassage




เรื่องของนิ่ว
ความอ้วนให้ผลร้ายอีกแล้ว เมื่อนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียในสหรัฐ สำรวจพบว่า ตั้งแต่ปี ค.ศ.1994 เป็นต้นมา ชาวมะกัน 1 ใน 11 เป็นโรคนิ่วในไต ทว่าสถิติก่อน ค.ศ.1994 พบคนมะกันป่วยนิ่วในไต ที่ 1 ใน 20 จึงแสดงให้เห็นว่า อัตราการป่วยโรคดังกล่าวเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว และเมื่อทำการวิจัยหาสาเหตุยังทำให้เชื่อว่า โรคอ้วน ส่งผลให้เกิดก้อนนิ่วในไต

เมื่อดูประวัติของคนเป็นนิ่วในไต ร้อยละ 50 พบว่า กลุ่มคนเหล่านี้เป็นโรคอ้วนอยู่เดิมแล้ว แต่ก็ยังพบว่าเป็นโรคเบาหวาน โรคเกาต์ ได้บ้าง

ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบทางเดินปัสสาวะจากนิวยอร์ก มีความเห็นว่า โรคอ้วนมีส่วนให้เกิดนิ่วในไตได้ เนื่องจากในร่างกายของคนอ้วนมักมีปริมาณเกลือหรือโซเดียมมากกว่าคนทั่วไป อีกทั้งปริมาณโปรตีนจากเนื้อสัตว์ที่กินเข้าไปก็ยังสูงกว่าด้วยเช่นกัน ซึ่งสองปัจจัยนี้ทำให้เป็นนิ่วในไตได้

อย่างไรก็ตาม แนวทางการป้องกันโรคนิ่วในไตสำหรับทุกคน คือ ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงอาหารที่มีโปรตีนสูง บางกรณีแนะให้ดื่มน้ำมะนาว เนื่องจากมีซิเตรทเป็นตัวช่วยลดการสะสมของก้อนนิ่วได้

หากใครรู้ตัวว่าอ้วน แล้วไม่อยากป่วยเป็นนิ่วในไต หรือโรคอื่นๆ ที่เกิดเพราะความอ้วน แนะตั้งใจลดน้ำหนักเพื่อรักษาสุขภาพดีกว่านะ



บทความเรียงตามเดือน

ช่องทางติดต่อ

เกี่ยวกับผู้เขียน

© อ.สุวัฒน์ มอบ" ให้" เป็นวิทยาทาน เพื่อให้นำไปพัฒนาวิชาชีพ. Powered by Blogger.
พิมพ์ข้อความเพื่อค้นหาบทความ หรือ อาการ
search for article or syndrome

Popular Posts